กฎหมายภาษีใหม่ มีอะไรบ้าง

No Comments

เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามในหัวเกี่ยวกับการยื่นภาษีในช่วงต้นปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวกฎหมายรัษฎากรที่มีการอัปเดตให้ทันสมัยมากขึ้น อัตราภาษีในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดถึงนโยบายค่าลดหย่อนมากมายในปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นโครงการของรัฐ
สำหรับคนธรรมดาที่มีรายได้จากการเป็นพนักงานเงินเดือนหรือการค้าขายทั่วไปก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะส่วนใหญ่แล้วกฎหมายที่อัพเดทขึ้นมาจะเป็นในส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางออนไลน์เช่น การขายสินค้าออนไลน์ การทำกำไรจากการเทรดหุ้น การทำกำไรจากการครอบครองทรัพย์สินดิจิตอลประเภท cryptocurrency
สำหรับการยื่นภาษีสำหรับผู้ที่สมรสจะสามารถยื่นภาษีร่วมกันได้ ถ้าเป็นพนักงานเงินเดือนหรือไม่ได้ทำเป็นธุรกิจร่วมกันแนะนำให้ยื่นเสียภาษีแยกเป็นรายบุคคลจะช่วยให้ภาระภาษีของทั้งคู่น้อยลงกว่าเดิมได้มาก แต่ในกรณีที่รวมตัวกันทำธุรกิจเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจะต้องทำบัญชีเพื่อยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91 โดยมียอดรายรับรายจ่ายในระหว่างปีภาษีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ปัจจุบันนี้สามารถยื่นภาษีได้ทางอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ E-Filing ของกรมสรรพากรซึ่งทำได้สะดวกกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งตามกฎหมายจะบังคับให้คนไทย หรือ บุคคลที่มีรายได้ภายในราชอาณาจักรไทยทุกคนต้องเสียภาษีก็ตาม แต่ถ้ามีรายได้ไม่เกิน 120,000 บาทในกรณีไม่ได้สมรส หรือ ถ้าสมรสแล้วแต่มีรายได้รวมไม่เกิน 220,000 บาท ก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตามจะยื่นเสียภาษีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน

การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

No Comments

การคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถทำได้ 2 แบบคือการคำนวณตามแบบขั้นบันไดและการคำนวณแบบเหมาจ่าย นอกจากนี้สำหรับบุคคลที่มีรายได้จากเขตเศรษฐกิจพิเศษยังมีการคำนวณไปต่างออกไปซึ่งจะยังไม่กล่าวถึง
1 คำนวณภาษีที่ต้องชำระตามแบบขั้นบันได โดยนำเงินได้ทุกประเภทที่ได้รับในปีภาษีนั้นไปหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ จนกลายเป็นเงินได้สุทธิ เช่นนายแดงมีเงินได้สุทธิจำนวน 400,000 บาท จะต้องนำไปคำนวณแยกตามขั้นบันได คือ
0 – 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี
150,001 – 300,000 บาท ต้องเสียภาษี 5% ซึ่งมีการเสียภาษีสูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท
300,001 – 500,000 บาท ต้องเสียภาษี 10% ซึ่งมีการเสียภาษีสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท
โดยรวมแล้ว ถ้ามีเงินได้สุทธิจำนวน 400,000 บาท จะต้องเสียภาษี 27,500 บาท แต่จะสังเกตุเห็นว่า จำนวน 400,000 บาทถูกนำไปคิดภาษีแล้ว 300,000 บาท ในขั้นบันไดที่ 1 และ 2 ดังนั้น ในขั้นที่ 3 ยอดเงินที่จะถูกนำมาคิดภาษีคือ 100,000 บาทเท่านั้น ซึ่ง 10% ของยอด 100,000 จะเป็นภาษี 10,000 บาท ดังนั้นสรุปว่าในการใช้วิธีนี้จะต้องเสียภาษี 7,500 + 10,000 = 17,500บาท
2 การคำนวณภาษีแบบเหมา โดยนำยอดเงินได้พึงประเมินที่ไม่ใช่เงินได้ประเภท 1 มาเสียภาษีในอัตรา 0.5% เช่น นายแดงมีเงินได้พึงประเมิน 800,000 บาท ต้องเสียภาษี 800,000 x 0.5% = 4000 บาท
ในการเลือกใช้วิธีคำนวณนั้นตามกกฏหมายกำหนดให้เสียภาษีตามการคำนวณที่มียอดเสียภาษีมากกว่าเป็นหลัก แต่จะสามารถเลือกเสียแบบที่ 1 ได้ ถ้าแบบที่ 1 มีส่วนต่างน้อยกว่าแบบที่ 2 ไม่เกิน 5,000 บาท

การยื่นภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา

No Comments

ในช่วงนี้นับว่าช่วงเวลาของการยื่นเสียภาษีเงินได้ตามที่กฎหมายรัษฎากรกำหนดไว้ นั่นก็คือเดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม ของแต่ละปี
ปกติแล้วบุคคลธรรมดาจะต้องสรุปรายได้ในช่วงปีภาษีที่ผ่านมาแล้วยื่นเสียภาษีในระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม โดยใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 91 สำหรับบุคคลที่มีเงินได้ประเภทเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ภ.ง.ด. 90 สำหรับบุคคลที่มีรายได้ในรูปแบบที่ไม่ใช่เงินเดือนที่ได้รับจากนายจ้าง และ ภ.ง.ด. 94 สำหรับการยื่นภาษีเงินได้แบบครึ่งปี
ในช่วงสรุปรายได้นั้นสามารถใช้สิทธิ์การลดหย่อนต่าง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระทางภาษีให้น้อยลง แต่ถ้าคิดว่าการยื่นเสียภาษีในแต่ละปียังมีภาระภาษีที่มากเกินไปก็สามารถใช้การยื่นภาษีแบบครึ่งปี เพื่อแบ่งการจ่ายภาษีออกเป็น 2 ก้อน และนอกจากนี้ถ้าหากมีเงินได้ประเภท 5, 6, 7 และ 8 เกิน 60,000 บาท กรมสรรพากรมีข้อบังคับให้ยื่นภาษีครึ่งปีแบบอัตโนมัติ
การยื่นภาษีเงินได้แบบครึ่งปีมักถูกเข้าใจผิดว่าแบ่งยอดภาษีที่ต้องชำระและยอดเงินได้ออกเป็น 2 ก้อนไม่เกี่ยวกัน แต่ความจริงแล้วถึงแม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะนำรายได้เหล่านั้นไปชำระภาษีแล้วแต่ในช่วงครึ่งปีหลังจะต้องนำเงินไปทั้งหมดในแต่ละปีภาษีนั้น ๆ มาคำนวณใหม่อีกครั้ง แล้วหลังจากคำนวณเสร็จ ค่อยนำมาหักลบกับยอดเสียภาษีครึ่งปีที่จ่ายไปแล้ว นอกจากนี้ถ้าหากยอดภาษีตลอดทั้งปีที่จ่ายไปแล้ว มีมากกว่าความเป็นจริงซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ครึ่งปีแรกมีรายได้มาก แต่ครึ่งปีหลังมีรายได้น้อย หรือมีค่าลดย่อนที่มากขึ้น กรณีนี้ยังสามารถขอคืนภาษีได้อีกด้วย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

No Comments

เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านตามาบ้างกับคำว่า “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าบริการหรือการได้รับเงินเดือนจากนายจ้าง หลายครั้งจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไปด้วย
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาภาระการจ่ายภาษีในช่วงสิ้นปีภาษี ไม่ให้กลายเป็นยอดเงินรวมที่มากเกินไป ทั้งนี้ยังเป็นการรับประกันว่ารัฐจะสามารถจัดเก็บภาษีจากบุคคลหรือนิติบุคคลคนนั้นได้ 100% แต่อย่างไรก็ตามภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่ภาษีสุดท้าย เพราะผู้ที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ใช่สรรพากร แต่อยู่ในลักษณะการยื่นเสียภาษีให้แบบล่วงหน้า ซึ่งจะได้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือใบ “50ทวิ” ที่เป็นหลักฐานสำหรับการเสียภาษี
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้นถ้าเป็นในรูปแบบของค่าจ้างเงินเดือนพนักงานที่อยู่ในหมวดเงินได้ประเภท 1 นายจ้างจะเป็นคนหักภาษีตรงนี้ส่งให้รัฐ โดยใช้หลักเกณฑ์คำนวณจากรายได้ของพนักงานหารด้วยจำนวนงวดเงินเดือนที่ได้รับ ซึ่งเท่ากับภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน แต่ในกรณีที่คุณซื้อสินค้าหรือบริการแล้วถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้นเพราะว่าถูกทางร้านค้าผลักภาระภาษีของสินค้า บริการ มาให้ผู้บริโภคนั่นเอง
อย่างไรก็ตามการหักภาษี ณ ที่จ่ายมีโอกาสที่จะหักภาษีเกินกว่าการจ่ายภาษีในช่วงสิ้นปีภาษีของคุณเพราะว่าไม่ได้คำนึงถึงค่าลดหย่อนต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อสิ้นปีภาษีแล้วพบว่าจ่ายภาษีเกินไปก็สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีได้จัดจ้างภาครัฐโดยมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีจากปีภาษีนั้น

แนะนำเคล็ดลับก่อนทำเรื่องกู้เงิน

No Comments

การกู้เงินไม่ได้จัดเป็นเรื่องแย่เสมอไป สินค้า บริษัท StartUp จะเกิดขึ้นถ้าไม่มีนายทุนเข้ามาให้ทุนโดยตรงจะต้องอาศัยการทำเรื่องกู้เงินจากสถาบันการเงินนั่นเอง
_x005F_x005F_x005F_x005F ในปัจจุบันนี้มีระบบตรวจสอบประวัติของการชำระหนี้ที่ได้รับความนิยมและถือเป็นสากล คือเครดิตบูโร ก่อนที่สถาบันทางการเงิน จะปล่อยกู้จะตรวจสอบประวัติจากเครดิตบูโรมาก่อน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปพิจารณาประกอบกับการปล่อยกู้ ถ้าหากใครไม่อยากมีปัญหาในจุดนี้ควรจะชำระหนี้ต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามเวลาเมื่อใดก็ตามที่คุณผิดชำระหนี้แล้วชื่อของคุณจะถูกติดแบล็คลิสเข้าไปในเครดิตบูโรแน่นอน
_x005F_x005F_x005F_x005F การวางแผนกู้เงินเป็นเรื่องสำคัญที่ควรให้การพิจารณา ถ้าขาดการวางแผนมีโอกาศที่หนี้ดีที่กู้เพื่อการขยายกิจการหรือลงทุน จะกลายเป็นหนี้เสียที่สร้างภาระให้กลับตนเองได้ เมื่อวางแผนแล้วก็ต้องปฏิบัติตาม มีหลายคนที่เลือกที่จะกู้เงินเพื่อใช้หนี้กันไปเป็นทอด ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นดินพอกหางหมูถ้าไปถึงจุดหนึ่งก็ถึงทางตันจนไม่รู้จะใช้หนี้ที่กู้มายังไง เป็นปัญหาทบต้นทบดอกยอดหนี้เพิ่มเป็นหลายเท่าตัว
_x005F_x005F_x005F_x005F ศึกษาเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นในการทำเรื่องกู้เงินก็จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาให้สั้นลงได้มาก ถ้าสถาบันทางการเงินได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก็จะช่วยในเรื่องของการพิจารณาปล่อยกู้ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น
_x005F_x005F_x005F_x005F การกู้เงินไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดแต่ควรจะมีการวางแผนในการชำระหนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังการกู้เงินอาจจะไม่ได้อยู่ในลักษณะของการทำเอกสารยื่นกู้โดยตรงแต่อยู่ในลักษณะการใช้บัตรเครดิต ใช้ซิมรายเดือน การใช้บริการบางอย่างที่เปิดให้ใช้บริการก่อนและจ่ายทีหลัง แบบนี้ก็ถือเป็นลักษณะการใช้บริการที่มีลักษณะคล้ายกับการกู้เงินเหมือนกัน

แนะนำช่องทางรายได้เสริมสำหรับมนุษย์เงินเดือน

No Comments

ในการหารายได้เสริมของมนุษย์เงินเดือนค่อนข้างมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาที่ทำกับทางบริษัทไว้เรื่องการห้ามทำงานในหลายสถาน และ แน่นอนว่านายจ้างย่อมไม่พอใจแน่นอนถ้าหากลูกจ้างทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะเอาเวลาไปลงกับงานอย่างอื่น ในครั้งนี้จึงอยากจะแนะนำช่องทางหารายได้เสริมสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในรูปแบบของการทำงานผ่านออนไลน์ซึ่ง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการเติมโตของยอดผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นมากอย่างหลายเท่าทวีคูณจนอาชีพค้าขายออนไลน์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง แต่การค้าขายสินค้าออนไลน์ก็ไม่ได้เป็นของที่ทำได้ง่าย ๆ มีหลายคนที่เลือกขายสินค้าออนไลน์และขายไม่ได้จนต้องยอมแพ้ออกไปก็มี
_x005F_x005F_x005F_x005F ยูทูปเบอร์ เป็นอาชีพใหม่ที่ได้รับความสนใจสูงมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนจนถึงคนในวัยทำงาน ถ้าหากลองเข้าไปในเว็บไซต์ YouTube เพื่อสำรวจจะเห็นว่ามีคลิป วิดีโอมากมายหลายรูปแบบ ที่นิยมกันก็เป็นประเภทท่องเที่ยว การเล่นเกม การทำอาหาร และยังมีอีกมากมายอีกหลายประเภท สำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้นการทำวีดีโอในงานที่ตนเองสนใจแต่ไม่รบกวนงานประจำก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างเช่นการรีวิวหนัง การต่อโมเดล หรือแม้กระทั่งการพูดคุยต่าง ๆ จนมีฐานแฟนคลับก็ได้
_x005F_x005F_x005F_x005F การขายภาพออนไลน์ ก็เป็นอีกทางเลือก เพราะเป็นงานที่เริ่มต้นลงทุนต่ำ ปัจจุบันนี้ผู้คนนิยมขายภาพออนไลน์โดยใช้ภาพถ่ายจาดสมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น ซึ่งรายได้ต่อเดือนก็เรียกว่ามากในระดับหนึ่ง จนมีหลายคนที่ออกจากงานประจำและมาทำอาชีพขายภาพออนไลน์อย่างเต็มเวลาเลยก็มี
_x005F_x005F_x005F_x005F ดรอปชิป ไม่ว่าอาชีพเสริมหรือรายได้ต่าง ๆ จะอยู่ในรูปแบบไหนก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วก็อยู่ในลักษณะซื้อมาและขาย ดังนั้นการทำ DropShip ก็ช่วยได้มากสำหรับคนที่เริ่มสนใจการค้าขายออนไลน์เพราะไม่ต้องลงทุน เพียงแค่เล่นโซเชียลมีเดียเป็นหรือมีช่องทางโปรโมทสินค้าก็สามารถขายสินค้าได้แล้ว

เงินฝืด เงินเฟ้อ และ ดอกเบี้ย

No Comments

เงินฝืดเงินเฟ้อ เป็นปรากฏการณ์ชนิดหนึ่งของเศรษฐกิจมหภาคที่เจอได้ทั่วไป ตัวอย่าง ในอดีตการซื้ออาหารตามสั่ง 1 จานต้องจ่ายเงิน 20 บาท แต่ในปัจจุบันนี้ราคาอาหารตามสั่ง 1 จานจะอยู่ที่ 50 บาท จะเห็นว่าเราต้องจ่ายเงินให้มากขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าเท่าเดิม ในหลายประเทศที่รัฐบาลจัดการปัญหาเงินฝืดเงินเฟ้อไม่ได้จนก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจก็มี
_x005F_x005F_x005F_x005F ดอกเบี้ย คือรูปแบบหนึ่งของการเพิ่มมูลค่าของเงินเพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ เพราะคงไม่มีใครยอมแน่ถ้าเงินของตนเองได้ค่าลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา แต่ผู้ที่จะได้ดอกเบี้ยนั้นก็จะต้องนำทรัพย์สินของตนเองไปฝากไว้กับสถาบันทางการเงินต่าง ๆ เพื่อให้เงินเหล่านี้ถูกนำไปหมุนเวียนในระบบจนเกิดรายได้ที่ชนะอัตราเงินเฟ้อ ในบางประเทศ ที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอตัวต่ำมาก รัฐจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานให้เป็นติดลบเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ภาคส่วนประชาชนและบริษัทถอนเงินของตนเองที่อยู่กับสถาบันการเงินเอาไปใช้จ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจขยายตัวเร็วมากเกินไปเกิดอัตราเงินเฟ้อรัฐบาลก็จะออกนโยบายต่าง ๆ มาให้สถาบันการเงินเพิ่มดอกเบี้ยเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้นำทรัพย์สินมาฝากไว้กับสถาบันการเงินเพื่อลดการสะพัดของเงิน
_x005F_x005F_x005F_x005F ปัญหาเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจ อย่างประเทศเวเนซูเอลาที่มีอัตราการเพิ่มของค่าเงินเป็นระดับ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ ลองจินตนาการดู ในเวลาปกติการซื้อเนื้อไก่ 1 กิโลกรัมใช้เงินไม่กี่บาท แต่ถ้ามีอัตราเงินเฟ้อที่มหาศาลเป็นล้านเปอร์เซ็นต์ การซื้อเนื้อไก่ 1 กิโลกรัม หรือแม้กระทั่งกระดาษทิชชู 1 ม้วนต้องแลกกับเงินที่มากเป็นกระสอบ สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่ากลายเป็นวิกฤตการณ์ของประเทศและการล่มสลายของรัฐบาลเลยทีเดียว

เผยสูตรลับวางแผนการเงินวัยเกษียณ

No Comments

การวางแผนการเงินมักถูกมองข้าม คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องเหมาะกับกลุ่มคนมีฐานะอย่างมหาเศรษฐีหรือธุรกิจ แต่ในความจริงแล้วเรื่องนี้กลับเป็นเรื่องสำหรับทุกคนที่ควรเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งสิ่งที่ทุกคนต้องเจอคืออายุที่มากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับความสามารถในการทำงานหาเงินที่ลดลง ถ้าปล่อยให้ปัญหานี้คาราคาซัง เลยเวลาที่จะแก้ไข จะต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างยากลำบาก แม้ว่าสังคมไทยจะมีวิถีชีวิตให้บุตรหลานเลี้ยงดูบุพการีก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันในอนาคตได้อย่างเต็มที่

การขอคืนเงินภาษี

No Comments

การขอคืนเงินภาษีสามารถทำได้ในกรณีที่เสียภาษีมากกว่าอัตราที่ควรจะจ่ายในสิ้นปีภาษีนั้น ๆ ซึ่งเกิดได้จากสาเหตุ เช่น ประเมินรายได้ในช่วงสิ้นปีภาษีผิด การหักภาษี ณ ที่จ่าย การยื่นภาษีรายไตรมาส รายครึ่งปีแต่เมื่อนำมารวมกันตอนปลายปีแล้วพบว่ามียอดการเสียภาษีเหล่านั้นมากกว่าภาษีที่ควรเสีย
ทางกรมสรรพกรกำหนดให้ทำการขอคืนภาษีได้โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีจากปีภาษีที่ต้องการทำเรื่องขอคืนเงิน ทันทีที่ยืนเอกสารสำเร็จแบบถูกต้องสมบูรณ์แล้วกรมสรรพากรมีหน้าที่ ที่ต้องคืนภาษีให้ในระยะเวลา 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นแบบเอกสารขอคืนภาษี ถ้าหากเกิดเหตุขัดข้องหรือกรมสรรพากรทำงานล่าช้ายังจะต้องจ่ายดอกเบี้ยตั้งเดือนที่ 4 เป็นต้นไปให้ผู้ที่ขอคืนภาษีในอัตรา 1% ต่อเดือนจนกว่าผู้ทำเรื่องจะได้รับเงินคืนอีกด้วย ซึ่งจะได้รับเงินคืนภาษีทางระบบพร้อมเพย์และผ่านทางบัญชีธนาคารกรุงไทย นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีจ่ายเงินคืนภาษีผ่านทางระบบ e-Wallet อีกด้วยแต่ก็ยังไม่ค่อยครอบคลุมมากนัก
เอกสารประกอบสำหรับการขอคืนภาษีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อใช้ยืนยันว่าได้จ่ายภาษีเกินไปจริง ๆ มีหลายอย่าง เช่น หลักฐานการบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลหรือหน่วยงานที่รัฐบาลกำหนด หลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายของเงินเดือนอย่างใบทวิ50 หลักฐานการได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้ต่าง ๆ
นอกจากนี้ผู้ยื่นเรื่องขอคืนภาษียังสามารถเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินการจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากรโดยตรงที่ http://www.rd.go.th/publish/27942.0.html

สังคมผู้สูงอายุ สิ่งที่จะทำลายเศรษฐกิจจากภายใน

No Comments

หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายประเทศมีนโยบายกระตุ้นการให้กำเนิดบุตรหลานเพื่อเร่งพัฒนากำลังคนเหล่านั้นมาเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศสังเกตได้จากประเทศญี่ปุ่นที่ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าทางรัฐบาลของทางญี่ปุ่นเองจะมีมาตรการรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังถือว่าเป็นปัญหามากในระดับหนึ่ง กลับมาที่สังคมของไทยมีวัฒนธรรมรายการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่แต่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และนโยบายที่ไม่แน่นอน ตั้งแต่ความไม่มั่นคงในการเมืองไปจนถึงปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลก เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ปัญหาผู้สูงอายุของไทยจะร้ายแรงกว่าในประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน