แนบไฟล์ขนาดใหญ่ทางอีเมล์ด้วย WeTransfer

No Comments

หากคุณกำลังมองหาวิธีการแนบไฟล์ขนาดใหญ่สัก 1 – 2 GB ทางอีเมล์อยู่ละก็ขอแนะนำให้หันมาใช้บริการของเว็บฝากไฟล์แทนจะง่ายกว่า ที่ WeTransfer คุณสามารถอัพโหลดไฟล์ขนาดไม่เกิน 2 GB ขึ้นไปฝากไว้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ค่อยจัดการส่งลิงค์สำหรับดาวน์โหลดไปให้ลูกค้าหรือคนที่คุณต้องการแชร์ข้อมูลไปให้ได้ทันที การันตีความนิยมด้วยยอดผู้เข้าใช้บริการสูงถึง 14 ล้านเศษต่อเดือน
ข้อแตกต่างระหว่างฟรีเมมเบอร์กับสมาชิกที่อัพเกรดแล้วมีดังนี้
ฟรีเมมเบอร์
– ส่งไฟล์ได้สูงสุด 2 GB ต่อครั้ง
– ไม่สามารถจัดการไฟล์ที่อัพขึ้นไปได้
– ไม่สามารถล็อกรหัสไฟล์หรือย้ายไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์อื่นได้
ส่วนสมาชิก WeTransfer Plus นั้น นอกจากจะทำได้ทุกอย่างที่ฟรีเมมเบอร์ทำไม่ได้แล้ว ยังจะได้รับสิทธิ์ในการอัพโหลดไฟล์ได้ถึง 20 GB ต่อครั้งอีกด้วย ส่วนพื้นที่จัดเก็บก็มีให้มากถึง 100 GB มากกว่าพื้นที่ฮาร์ดดิสค์ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของยูสเซอร์บางส่วนเสียอีก
น่าเสียดายที่บนหน้าเว็บของ WeTransfer ไม่มีรายละเอียดประกอบการตัดสินใจให้แก่ผู้สนใจมากนัก เพราะพอเข้าสู่หน้าเว็บปุ๊บ คุณก็จะพบเพียงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของสมาชิกทั้งสองแพลนแบบสั้น ๆ ได้ใจความ พร้อมกับปุ่มสมัครเพียงเท่านั้น แต่เมื่อคุณเลือกรูปแบบการสมัครอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วระบบจึงจะพาคุณเข้าสู่ขั้นตอนการสมัครพร้อมกับมีลิ้งค์ไปยังหัวข้อต่าง ๆ ที่คุณอาจอยากรู้เพิ่มเติมก่อนทำการสมัครให้สมบูรณ์
และเนื่องจากระบบของเว็บไม่ได้รองรับภาษาไทย ชื่อไฟล์ของคุณจึงควรตั้งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดจะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ไขในภายหลัง

ข้อเสียของ OneDrive ในมุมมองของยูสเซอร์บางกลุ่ม

No Comments

OneDrive เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟต์ ดังนั้น ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้งานจึงต้องมีบัญชีกับทางบริษัทอยู่ก่อน แต่หากยังไม่มีก็สามารถสมัครได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไฟล์ที่ถูกเก็บรักษาใน OneDrive สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาเมื่อคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต การจัดการไฟล์ก็ทำได้โดยง่ายผ่านโปรแกรม File Manager ประจำเครื่องพีซีนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอพโดยเฉพาะมาติดตั้งเพื่อใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ไอโฟน ไอแพด ฯลฯ ได้อีกด้วย
หากมองในแง่ดีก็คือเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ด้วยการรวมบริการทุกอย่างของไมโครซอฟต์มาไว้ในที่เดียว แต่ก็ไม่วายมีคนแย้งว่าจริงอยู่ที่ OneDrive ทำให้ชีวิตคนเราสะดวกขึ้น แต่ก็มันก็ทำให้บรรดาแฮคเกอร์ทั้งหลายทำงานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะเพียงแค่เจาะระบบของคุณได้ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหลายแหล่ของคุณได้ทันที และไม่เพีงแต่กลุ่มมิจฉาชีพเท่านั้นที่สามารถเข้ามาพลิกข้อมูลส่วนตัวของคุณดูได้ แต่เจ้าหน้าที่ของไมโครซอฟต์เองและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถทำได้เช่นกัน ดังนั้น ถึงแม้คุณจะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายมันก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ดีที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาเสียเลย
ข้อเสียอีกอย่างของ OneDrive ก็คือเมื่อบัญชีของคุณโดนล็อคจากการเปลี่ยนแปลงของ ip address ที่ใช้เป็นประจำ คุณก็จะไม่สามารถเข้าใช้งานในส่วนอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมดจนกว่าจะสามารถปลดล็อคได้ คิดดูเองก็แล้วกันว่าถ้าคุณมีความจำเป็นต้องรีบใช้ไฟล์ที่เก็บไว้ใน OneDrive แต่ไม่สามารถทำได้จะรู้สึกอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงของ DepositFiles

No Comments

คนที่คร่ำหวอดอยู่กับวงการหารายได้ผ่านเน็ตย่อมเคยผ่านตาหรือเคยมีประสบการณ์ในการหาเงินกับ DepositFiles มาก่อน แต่ตั้งแต่เขาทำการปรับปรุงเว็บใหม่เมื่อไม่นานมานี้ก็ไม่แน่ใจว่ายังมีออพชั่นนี้อยู่หรือเปล่านะครับ แต่เท่าที่ผมดูคร่าว ๆ ก็เหมือนจะไม่เห็นแล้ว เอาเป็นว่าเรามาดูเฉพาะส่วนของบริการฝากไฟล์กันดีกว่าว่าเว็บนี้เขามีข้อเสนออะไรบ้างถึงได้มีคนแวะเวียนเข้ามาใช้บริการกันเกือบ 3 ล้านคนในแต่ละเดือน
DepositFiles จำกัดขนาดไฟล์ที่สามารถอัพโหลดได้สูงสุดที่ 10 GB ซึ่งนับว่ามากมายเลยทีเดียว แต่ที่ยูสเซอร์หลายคนบ่นกันก็คือเขาได้จำกัดจำนวนไฟล์ที่สามารถอัพโหลดขึ้นไปเก็บในพื้นที่ส่วนตัวด้วย ซึ่งแต่ละคนจะสามารถเก็บไฟล์เอาไว้ได้ไม่เกิน 50 ไฟล์เท่านั้น และกำหนดอายุไฟล์เอาไว้ที่ 90 วัน จึงไม่เหมาะกับคนที่มีไฟล์ยิบย่อยมากมายสักเท่าไหร่นัก ส่วนสิทธิประโยชน์ที่โกลด์เมมเบอร์จะได้รับก็คือสามารถอัพโหลดไฟล์ขึ้นเว็บได้ทีเดียว 50 ไฟล์ ได้รับสปีดในการดาวน์โหลดสูงขึ้น โดยปราศจากโฆษณามากวนใจ
ข้อเสียอีกอย่างที่ทำให้ยูสเซอร์ย้ายบ้านหนีก็คือ DepositFiles มีการตั้งฟิลเตอร์เพื่อกรองไฟล์ที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย โดยไฟล์ที่เข้าข่ายจะถูกลบทิ้งทั้งหมด ทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟล์หายเป็นประจำแม้ว่าจะไม่ใช่ไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ใครเขามาก็ตามที
เมื่อเปรียบเทียบสิ่งที่ DepositFiles เสนอให้แก่สมาชิกแล้วจะเห็นได้ว่า มีเว็บฝากไฟล์จำนวนมากที่มอบผลประโยชน์ให้มากกว่าหลายเท่าแม้จะเป็นฟรีเมมเบอร์ก็ตาม

Google Drive ปลอดภัยจริงหรือ

No Comments

สมัยนี้จะหาใครโดดเด่นไปกว่า Google ไม่ได้อีกแล้ว ทั้งที่ในตอนเริ่มต้นก็เป็นเพียงเสิร์จเอนจิ้น (search engine) ธรรมดาแท้ ๆ ปัจจุบันกลับขยายเครือข่ายโยงใยไปจนทั่ว ไม่ว่าจะในแวดวงโฆษณา เสนอเครื่องมือสนับสนุนคนทำเว็บ ให้บริการอีเมล์ เป็นสื่อกลางรับชำระค่าสินค้า จนเดี๋ยวนี้ยังเสนอพื้นที่เก็บข้อมูลขึ้นมาอีกอย่างภายใต้ชื่อ Google Drive โดยมีข้อแม้ว่าผู้ใช้จะต้องมีอีเมล์ที่เขาเปิดให้บริการอยู่เท่านั้น
แต่ถึงแม้ความนิยมใน Google Drive จะค่อนข้างสูงในบ้านเราแต่สำหรับสายตาของคนในโลกไซเบอร์กลุ่มหนึ่งแล้วกลับมองด้วยความกังขาว่า ข้อมูลของเราที่เก็บรักษาเอาไว้ในนั้นจะปลอดภัยจริงหรือเปล่า ถึงแม้ว่าผู้ใช้จะสามารถจำกัดสิทธิ์ผู้เข้าถึงไฟล์ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าคนในที่เป็นพนักงานของกูเกิ้ลจะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของคุณเป็นระยะก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่อย่างใด บางทีในตอนนี้ก็อาจมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่แล้วเป็นได้ ซ้ำยังอาจจะถูกส่งต่อไปยังมือสาม สี่ ห้า เอาดื้อๆ โดยไม่รู้ตัว เพื่อผลประโยชน์ของกูเกิ้ลเองในการจัดการโฆษณา เก็บสถิติการใช้งาน สำรวจความสนใจของประชาชน แม้กระทั่งสืบค้นข้อมูลภายใต้กรอบบังคับทางกฎหมายโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์ทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างมากทำให้กูเกิ้ลถูกมองในแง่ไม่ดีนัก กล่าวคือเมื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใดก็ตามมักจะเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมายเพื่อแย่งชิงลูกค้ามาจากที่อื่น จากนั้นจึงค่อย ๆ ลิดรอนสิทธิ์บางอย่างลงไปเป็นระยะ เมื่อยูสเซอร์ทั้งหลายเริ่มเกิดความเคยชินกับบริการของเขาก็จะก็เริ่มคิดเงินในท้ายที่สุด
อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นดังกล่าวก็ยังไม่นับเป็นข้อเท็จจริงที่ว่า Google จะทำเรื่องต่าง ๆ ดังที่ถูกสงสัย แต่เพื่อความสบายใจก็อย่าเก็บงานสำคัญและลับเฉพาะเอาไว้ใน Google Drive หรือที่อื่น ๆ เป็นดีที่สุด กันไว้ดีกว่าแก้ จริงไหมครับ

Egnyte เว็บฝากไฟล์สำหรับผู้ประกอบการ

No Comments

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเว็บฝากไฟล์ที่เน้นหนักไปทางกลุ่มธุรกิจกันบ้างดีกว่าครับ รับรองว่าเมื่อคุณเห็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายให้กับทางเว็บแล้วจะต้องรีบส่ายหัวพร้อมกับถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว เว็บนั้นก็คือ Egnyte
เนื่องจากเขาเน้นหนักไปที่เป้าหมายเฉพาะกลุ่ม จึงไม่ได้มีที่ว่างให้กับฟรีเมมเบอร์ได้เข้ามาป้วนเปี้ยนมากนัก แต่ถ้าใครอยากลองใช้ระบบของเขาก็สามารถเข้าไปเปิดบัญชีกันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงแต่จะสามารถใช้งานได้แค่ 15 วันเท่านั้น ถ้าคุณไม่ทำการอัพเกรด ก็จะถูกลบบัญชีออกไปทันที แต่อย่าเพิ่งคิดว่าจะสมัครเข้ามาอีกรอบได้นะครับ เพราะเขาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ได้คนละครั้งเท่านั้น
การออกแบบเว็บของ Egnyte ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ล้วนเน้นไปที่ความเรียบง่ายแต่ก็ไม่เฉิ่มเชย เหมาะกับผู้ประกอบการมืออาชีพเป็นอย่างยิ่ง ขนาดไฟล์สูงสุดที่สามารถอัพโหลดขึ้นเว็บได้สำหรับแพลนแรกอยู่ที่ 10 GB ในขณะที่แพลนสูงสุดนั้นสามารถอัพโหลดได้มากถึง 25 GB ต่อไฟล์เลยทีเดียว ส่วนพื้นที่เก็บที่เขาจัดสรรให้ก็อยู่ระหว่าง 5 – 10 TB สำหรับสองแพลนแรก ส่วนแพลนสุดท้ายที่มีไว้สำหรับองค์กรใหญ่ ๆ นั้นไม่ได้ระบุเอาไว้แต่อย่างใด ถ้าจะให้เดาก็คงขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายนั่นแหละครับ ซึ่งเงินที่เขาเรียกเก็บนั้นจะเก็บเป็นรายหัวเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น บริษัทของคุณมีพนักงาน 5 คนที่จะเข้าใช้งานเว็บนี้ เขาก็จะเรียกเก็บเงินจากทั้ง 5 คนนี้ไปเลย เว็บนี้จึงเหมาะกับการเปิดบัญชีในนามของบริษัทมากกว่าบัญชีส่วนตัวครับ

อัพโหลดและแชร์ไฟล์อย่างง่ายผ่าน SendSpace

No Comments

ถ้าถามว่าเว็บฝากไฟล์ที่ไหนใช้งานง่ายที่สุดและไม่ต้องสมัครสมาชิก รับรองว่าในลิสต์นั้นจะต้องมีชื่อของ SendSpace อยู่ด้วยอย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่เข้าไปยังหน้าเว็บ คุณก็สามารถอัพโหลดไฟล์แล้วนำไปแชร์ต่อได้เลยโดยไม่ต้องเปิดบัญชีให้ยุ่งยาก ลักษณะการทำงานเหมือนกับเว็บฝากรูปอย่างกับแกะเลยทีเดียว นอกจากนี้คุณยังสามารถอัพโหลดได้ทีละหลายไฟล์ในคราวเดียว ตราบใดที่ขนาดของไฟล์ทั้งหมดรวมกันแล้วไม่เกินระดับที่ทางเว็บกำหนด และยังเปิดโอกาสให้คุณได้ใส่คำจำกัดความสั้น ๆ เพื่ออธิบายว่าไฟล์ดังกล่าวเกี่ยวกับอะไรได้อีกด้วย เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้วก็จะส่งลิ้งค์ไปยังอีเมล์ที่คุณกรอกเอาไว้ทันที ซึ่งคุณอาจจะระบุให้ส่งไปที่อีเมล์ของคุณเองก็ได้ จากนั้นค่อยแชร์ลิ้งค์ออกไปยังยูสเซอร์รายอื่นอีกต่อตามต้องการ เพราะความสะดวกที่เอื้อต่อความต้องการของยูสเซอร์เหล่านี้เองจึงทำให้มีคนแวะเวียนเข้ามาใช้บริการ SendSpace กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เฉลี่ยแล้วก็อยู่ที่ประมาณเกือบสี่ล้านคนต่อเดือนเชียวนะครับ
ยูสเซอร์ทั่วไปสามารถอัพโหลดไฟล์ขนาดไม่เกิน 300 MB และจะถูกลบออกไปเมื่อมีอายุครบ 30 วัน แน่นอนว่าฟรีเมมเบอร์จะยังคงต้องทนกับโฆษณาบนหน้าเว็บและการดาวน์โหลดที่ค่อนข้างช้าเพราะถูกจำกัดแบนด์วิธ ดังนั้น หากคุณต้องการความเร็วที่สูงกว่าพร้อมกับกำจัดโฆษณาให้พ้นหูพ้นตาก็ไม่แคล้วต้องจ่ายเงินเพิ่มอัพเกรดสถานภาพสมาชิกให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น หรือหากไม่อยากควักกระเป๋าก็ขอแนะนำให้หันไปหาเว็บอื่นที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากกว่าแทน

ฟังก์ชั่นสารพัดประโยชน์จาก HighTail

No Comments

สำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมากว่าสิบปี คงไม่มีใครไม่รู้จักเว็บให้บริการฝากไฟล์นาม YouSendIt กันอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันเว็บดังกล่าวได้ปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่หมดพร้อมกับใช้ชื่อใหม่เสียกิ๊บเก๋ว่า HighTail บริการรับฝากไฟล์แก่ยูสเซอร์ทั่วไปทั้งแบบเสียเงินและไม่เสียเงิน โดยฟรีเมมเบอร์จะได้รับพื้นที่ส่วนตัวจำนวน 250 MB เท่านั้น ถึงแม้จะน้อยกว่าเว็บอื่นอยู่มากแต่หากคุณใช้งานแค่รับ-ส่งข้อมูลเล็ก ๆ ก็นับว่ากะทัดรัดกำลังดีเลยทีเดียว ทว่าเมื่อเทียบกับเว็บเจ้าอื่นแล้วยังนับกว่าเสียเปรียบอยู่มาก เนื่องจากมีอยู่หลายที่ที่มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิกมากกว่า ถึงแม้จะเป็นเพียงฟรีเมมเบอร์เหมือนกันก็ตาม ด้วยเหตุนี้เองจำนวนผู้เข้าใช้งานของเว็บนี้จึงมีเพียงหลักแสนต่อเดือนเท่านั้น
HighTail นำเสนอฟังก์ชั่นมากมายเพื่อดึงดูดใจยูสเซอร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการติดตามไฟล์ที่ทำการแชร์ไปแล้วว่าได้รับการตอบรับอย่างไร มีจำนวนคนดาวน์โหลดมากน้อยแค่ไหน ตั้งรหัสล็อกไฟล์เพื่อป้องกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาดาวน์โหลด รับการแจ้งเตือนทางอีเมล์เมื่อผู้รับทำการดาวน์โหลดไฟล์เรียบร้อยแล้ว ฯลฯ นอกจากนี้ยูสเซอร์ยังสามารถเข้าไปใช้งานในส่วนของบล็อกเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Space เพื่อทำการอัพเดทข่าวคราวกับเพื่อนฝูงหรือผู้ที่ให้ความสนใจในผลงานของคุณอีกด้วย เรียกว่าเพียงแค่แวะเข้ามาที่ HighTail คุณก็สามารถใช้งานได้มากกว่าการฝากไฟล์ว่างั้น อย่างไรก็ดี บางฟังก์ชั่นที่กล่าวมาข้างต้นก็สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะสมาชิกที่ทำการอัพเกรดเรียบร้อยเท่านั้น